วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

อาหารพื้นบ้านภาคใต้ที่มีชื่อเสียง



อาหารพื้นบ้านภาคใต้ที่มีชื่อเสียง เช่น


ข้าวยำ
ชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม เรียกว่า นาชิกาบู นาชิแปลว่าข้าว กาบูแปลว่ายำ

ประกอบด้วยข้าวสุกที่หุงด้วยใบยอ ราดด้วยน้ำบูดู มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งป่น พริกแห้งคั่วป่น

และัผัีกสดหลายชนิด ผักที่นิยมใช้ในการปรุงข้าวยำ ได้แก่ เมล็ดกระถิน สะตอหั่นฝอย

ถั่วงอกเด็ดราก แตงกวา ส้มโอหรือมะขามดิบ หั่นปนกันแล้วคลุกให้เข้ากัน

โดยทั่วไปนิยมรับประทานข้าวยำเป็นอาหารเช้าหรือกลางวัน




สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ ทำให้ชาวใต้เกิดภูมิปัญญาในการถนอมอาหารโดยอาศัย
ธรรมชาติ เช่น การตากแห้ง หมัก ดอง รมควัน เช่น ปลาเค็ม กุ้งแห้ง บูดู เป็นต้น

อาหารพื้นบ้านภาคใต้

อาหารพื้นบ้านภาคใต้










อาหารพื้นบ้านภาคใต้มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สืบเนื่องจากดินแดนภาคใต้
เคยเป็นศูนย์กลางการเดินเรือค้าขายของพ่อค้าจากอินเดีย จีนและชวาในอดีต ทำให้วัฒนธรรม
ของชาวต่างชาติโดยเฉพาะอินเดียใต้ ซึ่งเป็นต้นตำรับในการใช้เครื่องเทศปรุงอาหารได้เข้ามา
มีอิทธิพลอย่างมาก

อาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไป มีลักษณะผสมผสานระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้
เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความคล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซีย
อาหารของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่น ๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์อยู่ติดทะเลทั้งสองด้าน
มีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ แต่สภาพอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้ม
จึงมีรสจัด ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย
ความหลากหลายในสำรับอาหารปักษ์ใต้ได้รับอิทธิพลจากอินเดียใต้ ทำให้เกิดตำรับอาหารใหม่
มากมาย ล้วนผ่านวิธีการดัดแปลง ปรับปรุงเป็นวัฒนธรรมอาหารการกินที่ถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกหลาน
ในปัจจุบัน ทำให้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากภาคอื่นอย่างชัดเจนคือ รสชาติจัดและเน้นเครื่องเทศ
และมีผักสารพัดชนิดที่เรียกว่า "ผักเหนาะ" ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านหาำได้ในท้องถิ่น เช่น สะตอ ลูกเหนียง
ยอดกระถิน มากินร่วมด้วย เพื่อบรรเทารสเผ็ดของอาหาร ทั้งมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย

อาหารไทย 4 ภาค









อาหารไทย 4 ภาค
ภูมิศาสตร์ทางประเทศไทยแบ่งออกตามภาคของเขตในแต่ละจังหวัด ซึ่งมีพื้นที่ที่แตกต่างกันไป ภาคกลางเป็นศูนย์กลางการปกครองของสยามประเทศ อาณาบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำอันกว้างใหญ่และที่ดินอุดมสมบูรณ์ ภาคใต้อยู่แถบบริเวณคาบสมุทรทะเลอันดามันและอ่าวไทย ภาคเหนือเต็มไปด้วยเทือกเขาสูงและอากาศเย็น ภาคอีสานเป็นที่ราบสูง กว้างใหญ่และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านอย่างแม่น้ำโขง ทั้งหมดเหล่านี้มีความแตกต่างทั้งทางด้านภาษาและวัฒนธรรมด้วยเช่นกัน
จนเมื่อปีพ.ศ. 2463 การติดต่อสื่อสารและการเดินทางได้มีการพัฒนามากขึ้น จากเมื่อก่อนเคยใช้ช้างเป็นพาหนะในการเดินทางซึ่งลำบากและใช้เวลาในการเดินทางยาวนานหลายสัปดาห์จากกรุงเทพฯ ดังนั้นประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละที่จึงยังคงเดิม แต่ประเพณีการทำอาหารยังมีการทำร่วมกันอยู่
ซึ่งการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆทั่วประเทศไทย ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างของอาหารพื้นบ้านในแต่ละจังหวัด สูตรอาหาร รสชาติและร้านอาหารที่จัดตกแต่งตามสไตล์แต่ละท้องที่ ถ้าเป็นร้านอาหารที่กรุงเทพฯ อาจจะพบเห็นอาหารที่หลากหลายจากมืออาชีพ ซึ่งอาจจะเป็นอาหารทางภาคเหนือ ภาคอีสานหรือภาคใต้
ทั้งหมดเหล่านี้จึงทำให้เป็นที่มาของ "อาหารไทย" ทำให้มีความหลากหลายของเมนูอาหารที่แตกต่างกัน เพราะประชากรมากขึ้น การบริโภคอาหารก็จำเป็นต้องมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน บางทีจึงทำให้มีร้านอาหารที่เป็นเมนูหลักของคนทั่วไป โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ จะพบเห็นร้านค้าอาหารทั่วไป (หรืออาหารตามสั่ง)เกิดขึ้นอย่างมากมายทั้งโรงแรม ตามถนนหรือแม้แต่ในห้างสรรพสินค้า
อาหารในแต่ละภาคแต่ละจังหวัด จะมีสูตรการทำอาหารและรสชาติที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ภาคใต้จะเป็นอาหารประเภทแกงและอาหารทะเลเป็นส่วนมาก ภาคเหนือจะเป็นอาหารสุขภาพและสมุนไพร ภาคอีสานจะมีอาหารคล้ายกับทางภาคเหนือ แต่รสชาติไปทางเผ็ดร้อนและภาคกลางจะเป็นอาหารตามหลักทั่วไปซึ่งรวมทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ